เงิน 4 ด้าน ที่มาของรายได้ แบ่งเป็นรายได้ แบบใดบ้าง

Last updated: 2020-05-30  |  637 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เงิน 4 ด้าน ที่มาของรายได้ แบ่งเป็นรายได้ แบบใดบ้าง

ที่มาของรายได้ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ

1. ฝั่งด้านซ้าย (หยุดทำงาน – รายได้ก็จะหยุดด้วย) คือ
     1.1 E = Employee แปลว่า ลูกจ้าง
     1.2 S = Self-Employed หรือ Small Business owner แปลว่า กิจการส่วนตัว หรือ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก

2. ฝั่งด้านขวา (หยุดทำงาน – ยังรับรายได้ไม่หยุด) คือ
     2.1 B = Business Owner แปลว่า เจ้าของธุรกิจ เจ้าของระบบ
     2.2 I = Investor แปลว่า นักลงทุน

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ฝั่งด้านซ้าย (หยุดทำงาน – รายได้ก็จะหยุดด้วย) คือ
      1.1 E = Employee แปลว่า ลูกจ้าง
            1.1.1 รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
            1.1.2 รับรายได้ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย
            1.1.3 นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิตและเงินเดือนให้กับคุณ
            1.1.4 ขาดอิสรภาพ ต้องเซ็นชื่อ ตอกบัตร
            1.1.5 ตกงานเท่ากับล้มละลาย
            1.1.6 อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ
            1.1.7 ชีวิตอยู่ในวงเวียน เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน

     1.2 S = Self-Employed หรือ Small Business owner แปลว่า กิจการส่วนตัว หรือ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก
            1.2.1 ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน
            1.2.2 ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
            1.2.3 ขาดประสบการณ์
            1.2.4 เจอคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า
            1.2.5 อาจจะทนทำ เพราะชอบอิสระ แต่ไม่มีอิสรภาพ
            1.2.6 ทำงานในบางครั้งขาดทุน และเลิกลาไป ในที่สุด
            1.2.7 ทนค่าใช้จ่ายคงที่ไม่ไหว เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าจ้างพนักงาน  
            1.2.8 หยุดกิจการในกรณีเกิดโรคระบาด เช่น ไข้หวัดโควิด19       

2. ฝั่งด้านขวา (หยุดทำงาน – ยังรับรายได้ไม่หยุด) คือ
     2.1 B = Business Owner แปลว่า เจ้าของธุรกิจ เจ้าของระบบ ซึ่งมีหลายประเภท เช่น บริษัท เปิดแฟรนไชน์ การตลาดแบบเครือข่าย (เป็นช่องทางที่จะเป็นเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงน้อย)
           2.1.1 อาจจะต้องมีทุน หรือ อาจจะใช้ทุนน้อย
           2.1.2 หาคนเก่งๆ มาทำงานให้
           2.1.3 หยุดทำก็มีรายได้

     2.2 I = Investor แปลว่า นักลงทุน
         2.2.1 ใช้เงินทำงานเพื่อให้ได้รับรายได้
         2.2.2 มองผลตอบแทนจากการปันผล หรือ ดอกเบี้ย
         2.2.3 ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ

รายได้มาจากทางไหนก็แสดงว่าอยู่ในกลุ่มนั้นกล่าว คือ
     ถ้าได้รับเงินเดือนจากการทำงานให้กับกิจการที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของก็แสดงว่าเงินของคุณมาจากด้าน E ไม่ว่าตำแหน่งของคุณจะเป็นภารโรงหรือประธานบริษัทก็ตาม ก็ล้วนแต่เป็นลูกจ้างด้วยกันทั้งนั้น คนเหล่านี้ชอบที่จะคิดและพูดว่า ฉันต้องการหางานที่มีรายได้มั่นคง หรือไม่ก็พูดว่าเราจะได้ค่าล่วงเวลาเท่าไร หรือ มีวันหยุดกี่วัน

     ถ้ารายได้ของคุณเป็นลักษณะของค่านายหน้า หรือคุณคิดค่าตัวของคุณเป็นรายชั่วโมงกับลูกค้า คุณก็อาจจะอยู่ในกลุ่ม S เช่น ตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ มักจะพูดว่า เราคิดค่านายหน้า 6% จากราคาซื้อ ส่วนพวกนักกฎหมายหรือแพทย์ที่คิดค่าใช้จ่ายกับลูกค้าเป็นรายชั่วโมง เช่น คนพวกนี้ก็มักพูดว่า ผมคิดค่าใช้จ่ายสำหรับงานนี้ 50,000 บาท ผู้คนที่อยู่ในกลุ่ม S ยังหมายรวมถึง เจ้าของกิจการขนาดเล็ก เช่น เจ้าของร้านอาหาร กิจการในครอบครัว อาชีพที่ปรึกษา ผู้ให้บริการด้านการทำสวน การทำความสะอาดบ้าน คนเหล่านี้มักจะเป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเขาเอง พวกเขาจึงมักจะให้คำแนะนำกับคนอื่นว่า คุณควรทำงานให้กับตัวเอง อย่าไปทำงานให้กับคนอื่นเลย หรือไม่ก็มักจะพูดว่าถ้าต้องการให้งานเสร็จในคืนนี้คุณก็ต้องทำมันเอง

     ถ้าหากว่ารายได้ของคุณมาจากธุรกิจ โดยที่คุณไม่ต้องลงมือไปทำงานนั้นเอง คุณก็จัดอยู่ในกลุ่ม B

     ถ้าหากรายได้ของคุณมาจากการลงทุน คุณก็อยู่ในกลุ่ม I ส่วนผู้ที่มีรายได้มาจากเงินบำนาญก็จะอยู่ในกลุ่ม E และบางคนก็อาจจะมีรายได้มาจากหลายๆด้าน พร้อมๆ กันก็ได้ เช่น ภรรยาของผมและตัวผมเอง เรามีรายได้มาจากทั้งสี่ด้าน แต่อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนใหญ่ของเรามาจากด้านการลงทุน ฉะนั้นเราจึงพูดว่าเราทำงานจากกลุ่ม I

     ผู้คนมักจะสับสนระหว่าง S กับ B ผู้คนมักจะถามว่า แล้วความแตกต่างระหว่างการทำงานให้กับตัวเองหรือการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กต่างจากด้าน B ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ตรงไหน คำตอบ คือ คนที่อยู่ในด้าน B สามารถที่จะปล่อยวางธุรกิจของเขาได้เป็นปี เมื่อเขากลับมา ธุรกิจนั้นก็ยังอยู่และยังอาจจะทำกำไรได้มากขึ้นอีกด้วย ส่วนคนที่ทำงานให้กับตัวเองหรือคนที่เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กจะไม่สามารถทิ้งกิจการของเขาไปได้ และส่วนใหญ่แล้วถ้าคนเหล่านี้หยุดทำงาน รายได้จากกิจการของเขาก็จะหยุดตามไปด้วย นี่แหละคือข้อแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ในด้าน S กับคนที่ทำงานอยู่ในด้าน B เมื่อไรก็ตามพูดว่าฉันจะลาออกจากงานและไปทำกิจกรรมของฉันเอง ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่พวกเขาทำก็คือ การย้ายจากด้าน E ไปด้าน S มากกว่าจะเป็นการย้ายจากด้าน E ไปด้าน B และเหตุผลพื้นๆ ข้อหนึ่งที่ทำให้ 9 ใน 10 ของกิจการขนาดเล็กเหล่านี้ต้องขาดทุนและเลิกลาไป ก็เพราะว่าด้าน S เป็นด้านของคนที่จะต้องทำงานหนักมาก กิจการขนาดเล็กหลายแห่งต้องเลิกกิจการไปเป็นเพราะขาดเงิน บ้างก็ขาดใจ หรือบ้างก็ขาดทั้งสองอย่าง เจ้าของกิจการที่อยู่ในด้าน S จึงต้องอดทนทั้งกับลูกค้า เจ้าหน้าที่รัฐหรือแม้แต่ลูกจ้างของตนเอง และเมื่อเขาต้องเผชิญกับปัญหาและเผชิญกับคนหลายๆกลุ่มพร้อมๆ กันมากมายเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

     ตัวอักษร S นี้ อาจจะย่อมาจากคำว่า Satisfaction (ซึ่งแปลว่าความพึงพอใจ) ด้วยก็ได้ เพราะคนที่อยู่ในด้าน S นี้มักจะประกอบอาชีพที่เขารัก คนกลุ่มนี้มักชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเขาเอง เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ คนกลุ่มนี้มักจะมีรายได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคนกลุ่มอื่น กิจการขนาดเล็กมีน้อยมากที่สามารถจะอยู่รอดได้

     ถ้าอยากจะเป็นคนรวย ต้องคิดทำธุรกิจส่วนตัวและกล่าวต่อไปว่า คนส่วนใหญ่ไม่มีวันที่จะรวยได้เพราะมัวแต่คิดถึงแต่ธุรกิจของคนอื่น ถ้ามองหางานที่มั่นคงมากเท่าไร จะสามารถควบคุมชีวิต ควบคุมรายได้ ควบคุมภาษี ตลอดจนถึงควบคุมเวลาว่างของตัวเองได้น้อยลงเท่านั้น

     ถ้าต้องการมีอิสระ จะต้องคิดถึงการสร้างธุรกิจของตัวเอง และธุรกิจที่พูดถึงก็คือ ธุรกิจที่อยู่ในด้าน B ไม่ใช่ด้าน S

     ถ้าคุณยิ่งหางานที่มั่นคงมากเท่าไร หรือถ้าหากว่างานที่คุณทำเป็นลักษณะงานที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพด้วยแล้ว เช่น อาชีพแพทย์ นักกฎหมาย นักบัญชี นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นายหน้าค้าหุ้น คุณจะยิ่งควบคุมชีวิตของคุณได้น้อยลงเท่านั้น

     เพราะฉะนั้นต้องอยู่ในด้าน B ไม่ใช่ด้าน S

     ในด้าน E และ  S เป็นพวกที่มีเงินแต่ไม่มีเวลา

 
     ทำอย่างไรจึงจะอยู่ในด้าน B ได้ ก็คือ โอกาส โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ          

 


 
https://www.insurance365d.com/

 




รับสมัครตัวแทนทำธุรกิจขายประกันรถยนต์ ประกันภัย ทำไม่ยาก ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ไม่จำกัด มีคนต้องการเยอะ

รายได้หลักแสน เริ่มต้นที่ 200 บาท

ซื้อทุกปี จ่ายแพงกว่าทำไม
สมัครวันนี้ จะได้รับ
1. ฟรี รับประกันอุบัติเหตุทุน 100,000 บาท (1  แสนบาท) ทันที
2. .ฟรี เว็บไซต์ มูลค่า 10,000 บาท สำหรับขยายงาน
3. รับส่วนลดค่าคอมตลอดชีพ
4. สร้างรายได้ไม่จำกัด
5. ไม่ต้องเข้าบริษัท
6. อยู่ที่ไหนก็ทำได้
7. ไม่จำกัดความรู้
8. ฟรี อบรมความรู้ประกันภัยทุกขั้นตอน
9. ฟรี เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา
10. ไม่ต้องใช้คนหรือเงินค้ำ
11. อิสระเป็นส่วนตัว ไม่บังคับยอดขาย ไม่บังคับอบรม
12. มีระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง
13. ไม่ต้องสาธิตสินค้า มีแต่คนวิ่งเข้าหา
14. ซื้อประกันรถรับส่วนลดพิเศษเฉพาะสมาชิกทันที
15. รายได้เป็นมรดกส่งต่อให้ทายาทได้
16. เลือกทำได้กว่า36บริษัท เช่น #วิริยะประกันภัย #กรุงเทพประกันภัย #ไทยศรีประกันภัย #เทเวศประกันภัย #ทิพยประกันภัย #สินมั่นคงประกันภัย #อลิอันซ์ ซีพี #นำสินประกันภัย เป็นต้น

คุณรักษ์รัศมี หรือ คุณธีรศักดิ์ พจนานุภาพ
โทร. 063-942-3665  หรือ  064-789-3563
E-Mail : insurance365d@gmail.com
รหัสสมาชิกธุรกิจ MGM ศรีกรุงโบรคเกอร์ : AM00063244



 

Powered by MakeWebEasy.com